Connect with us

บันเทิง

ระวัง! เปิดโหมด Dark Mode บนมือถือตลอดเวลา อาจมีข้อเสียมากกว่าที่คิด

Published

on

Cropped image of a female freelance translator's hand. holding a blank screen smartphone at work

หลายคนเริ่มหันมาใช้ฟีเจอร์ Dark mode บนมือถือ Android และ มือถือ iOS เพราะมีข้อดีหลายอย่าง ทั้งช่วยในการถนอมสายตา ลดอันตรายจากแสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือ ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ และลดอาการนอนหลับยาก เพราะการใช้สายตามองหน้าจอมือถือแทบจะตลอดเวลา ทำให้รู้สึกเมื่อยล้าดวงตา แสบตา หรือระคายเคือง และอาจทำให้นอนไม่หลับ ทำให้มีการใช้ Dark mode ที่ว่านี้ตลอดเวลา

แต่บ้างก็ว่าการใช้โหมดนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน อาจมีผลเสียโดยที่เราคาดถึงเลยก็ได้ วันนี้แอดมินจึงจะมาชวนทุกคนที่กำลังใช้ หรือกำลังสนใจที่จะใช้ฟีเจอร์ดังกล่าว หาคำตอบกันค่ะ 

ข้อดีของฟีเจอร์ Dark Mode มีอะไรบ้าง 

ก่อนอื่นเรามาดูข้อดีของเจ้าโหมดนี้กันก่อนว่ามีอะไรบ้าง  Portrait bald black man using smartphone in bed in dark suffering from insomnia

  1. เพิ่มความสบายตา

ฟีเจอร์ Dark mode จะมีพื้นที่หน้าจอหน้าจอส่วนใหญ่เป็นสีดำหรือสีเข้ม ช่วยให้รู้สึกสบายตาได้มากกว่าขณะที่จ้องมองหน้าจอมือถือ เพราะแสงสว่างที่ส่องออกมาจากหน้าจอจะน้อยกว่าหน้าจอพื้นสีขาวปกติ ในขณะที่หน้าจอสีดำหรือสีเข้มแทบจะไม่เปล่งแสง หรือไม่เปล่งแสงออกมาเลย ทำให้ลดการทำร้ายสุขภาพสายตา เมื่อใช้สายตาจ้องมองมือถือนาน ๆ ก็ไม่รู้สึกปวดหรือเมื่อยล้า โดยเฉพาะคนที่มีอาการตาแพ้แสง 

  1. นอนหลับง่ายขึ้น 

แสงจากหน้าจอมือถือ ส่งผลให้นอนหลับยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเล่นมือถือก่อนนอน ฟีเจอร์ Dark mode จะช่วยตัดแสงรบกวนจากหน้าจอมือถือให้ลดน้อยลง ซึ่งแม้ว่าการไม่เล่นมือถือก่อนนอนจะได้ผลดีกว่า แต่การใช้หน้าจอในโหมดดังกล่าว ก็ยังดีกว่าแสงจากหน้าจอมือถือที่ใช้พื้นหลังสีขาว

  1. ประหยัดแบตเตอรี่มือถือ 

การใช้ Dark mode บนมือถือที่หน้าจอเป็นแบบ OLED จะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้มากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากพิกเซลสีเข้มหรือสีดำสนิทจะไม่มีการเปล่งแสงออกมาเหมือนกับหน้าจอพื้นสีขาว ทำให้ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยลง เหมือนไม่ได้เปิดหน้าจอใช้งาน จึงเป็นการประหยัดแบตเตอรี่ไปในตัวนั่นเอง 

ควรใช้ Dark mode เวลาไหน หรือสามารถใช้ได้ตลอดเวลา

การใช้หน้าจอโหมดสีเข้มตลอดเวลาไม่ได้มีผลเสียอะไรมากนัก เพียงแต่การใช้ Dark mode ในช่วงเวลาที่เหมาะสมย่อมจะดีต่อสายตามากกว่า โดยช่วงเวลาที่ควรเปิด Dark mode คือ ในตอนกลางคืน ช่วงที่มีแสงน้อย หรือตอนที่ดูรูปภาพและวิดีโอ 

Female lying in bed and watching video on mobile phone in dark bedroom before sleep

ไม่ควรใช้ Dark mode ตอนไหนบ้าง 

แม้ว่าฟีเจอร์ Dark mode มีประโยชน์ช่วยถนอมสายตาจากแสงสีฟ้า แต่ก็มีบางช่วงเวลาที่ไม่ควรเปิดใช้งานโหมดสีเข้ม เพราะอาจยิ่งทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพสายตาได้เช่นกัน ซึ่งไม่ควรเปิดใช้ Dark mode ขณะที่ใช้งานกลางแจ้ง หรือท่ามกลางแสงจ้า เพราะหน้าจอจะมืดเกินไป ทำให้การมองเห็นหน้าจอมือถือได้ลำบาก และยิ่งเพิ่มความเหนื่อยล้าให้กับสายตาจากการพยายามเพ่งมองมือถือได้

นอกจากนี้ ไม่ควรใช้โหมดสีเข้มเมื่อต้องอ่านตัวหนังสือจำนวนมาก ๆ บนหน้าจอมือถือ เพราะสายตาไม่สามารถโฟกัสตัวหนังสือบนหน้าจอพื้นสีเข้มได้ชัดเจนเหมือนกับหนังสือบนหน้าจอพื้นสีขาว ทำให้สายตาใช้งานหนักขึ้น และเกิดอาการปวดล้ากระบอกตาได้ 

แต่สำหรับใครที่ไม่อยากคอยเปิด ปิดฟีเจอร์ Dark mode บนหน้าจอมือถือบ่อย ๆ อาจตั้งเวลาโหมดสีเข้มแบบอัตโนมัติในตอนกลางคืน ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเช่นกัน  

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

กฎหมาย

เช่าห้องเก็บของ VS สร้างห้องเก็บของ แบบไหนคุ้มค่าและดีกว่ากัน

Published

on

สำหรับบ้านไหนที่ทำเป็นโฮมออฟฟิศ บ้านและที่ทำงานคือที่เดียวกัน หรือบ้านที่กำลังจะมีสมาชิกเพิ่ม และบริเวณข้างบ้านยังคงมีที่ว่าง อาจกำลังแพลนที่จะทำการต่อเติมข้างบ้านสร้างห้องเก็บของ เพื่อเก็บข้าวของที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน หรือจัดทำพื้นที่สำหรับสต็อกสินค้าไว้ส่งขาย โดยที่ภายในบ้านยังคงมีพื้นที่ใช้สอยได้อย่างปกติ และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม แต่รู้ไหมว่า การต่อเติมใด ๆ แม้จะอยู่ในพื้นที่บ้านตัวเอง ก็ต้องอยู่ภายใต้กฏหมายการการก่อสร้างและต่อเติมอาคาร ซึ่งมีข้อจำกัดที่ทำได้และไม่ได้ที่เจ้าบ้านจะต้องรู้และทำตามอย่างเคร่งครัด หากไม่อยากให้เกิดความเสียหายและมีปัญหายุ่งยากตามมาในอนาคต

โดย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 คือ กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการต่อเติมบ้านโดยตรง ซึ่ง มาตรา 21 และ 39 ทวิ ได้สรุปใจความสั้น ๆ ให้เข้าใจง่าย “ การก่อสร้าง ดัดแปลง ต่อเติมอาคาร จะต้องแจ้งและได้รับอนุญาตจากพนักงานท้องถิ่นก่อนเสมอ ตามมาตรา 21 พร้อมกับการยื่นแบบแปลนฯ รวมถึงรายชื่อสถาปนิกและวิศวกรที่ควบคุมงานทั้งหมด ให้เจ้าพนักงานได้ทราบ” ส่วนรายละเอียดกฏหมายที่ควรรู้ ก่อนทำการต่อเติมข้างบ้านหรืออาคาร มีดังนี้ ข้อควรรู้ก่อนทำการต่อเติมบ้าน

ก่อนสร้างห้องเก็บของต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

1. ระยะห่างระหว่างตัวบ้านและที่ดินบ้านใกล้เคียง

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงเมื่อจะต่อเติมข้างบ้าน คือ ระยะห่างระหว่างโครงสร้างที่จะต่อเติม กับ แนวเขตพื้นที่ดินบ้านติดกัน ถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ เพื่อป้องกันการถูกสั่งรื้อถอน ซึ่งจะทำให้เสียทั้งเงินและเวลา โดยมีข้อกำหนดของระยะห่างระหว่างตัวบ้านและที่ดินของบ้านที่ติดกันไว้ว่า การต่อเติมข้างบ้านแบบเป็นผนังทึบไม่มีช่องแสง ต้องห่างแนวเขตที่ดินบ้านที่อยู่ติดกันไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร หรือถ้าเป็นแบบที่มีประตู หน้าต่าง มีช่องแสง ช่องระบายอากาศ ต่อเติมห่างจากแนวเขตที่ดินบ้านติดกันไม่น้อยกว่า 2 เมตร แต่ถ้าต้องการต่อเติมให้ชิดแนวเขตที่ดินบ้านติดกัน ต้องเจรจากับเจ้าของบ้านนั้น ๆ และมีหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร จึงจะต่อเติมให้ชิดแนวเขตบ้านติดกันได้ ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดตามกฏหมาย

สำหรับการออกแบบต่อเติมข้างบ้านทำเป็นห้องเก็บของ สามารถต่อเติมผนังและหลังคาเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวของด้านในเสียหาย ควรมีหน้าต่างเล็ก ๆ เพื่อระบายอากาศ และทำประตูเข้าออกให้มิดชิดแน่นหนา

2. ห้ามต่อเติมอาคารเต็มพื้นที่ดิน ต้องมีพื้นที่ว่างไม่น้อยกว่า 30%

ข้อกฏหมายการต่อเติมที่พักอาศัย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2543 ไม่อนุญาตให้ต่อเติมแบบปิดทึบทั้งหมดจนเต็มที่ดินได้ จะต้องมีการเว้นว่างระหว่างตัวบ้านกับเขตที่ดินของตัวเองอย่างน้อย ร้อยละ 30 ของที่ดินโดยรอบอาคารตัวบ้าน เพื่อป้องกันความเสียหายจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น อัคคีภัย หากตัวอาคารติดกันจนไม่มีช่องว่าง จะทำให้ไฟลุกลามได้ง่ายขึ้น ยากต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ และการซ่อมแซม นอกจากนี้ ยังทำให้บ้านอับชื้นหรือเกิดเชื้อราได้ง่าย เพราะการระบายอากาศไม่ดี

3. โครงสร้าง

ผลกระทบต่อโครงสร้าง คือ อีกสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงก่อนสร้างห้องเก็บของ เพราะปัญหาที่พบได้บ่อยจากการต่อเติมเพิ่มโครงสร้าง มักเป็นเรื่องของการทรุดตัว เกิดรอยแยกของผนัง แตกร้าว หลังคารั่วซึมบริเวณรอยต่อ จึงต้องมีการตอกเสาเข็มเพิ่ม จัดทำและระวังในจุดเชื่อมต่อโครงสร้างเดิมกับส่วนที่ต่อเติมใหม่ให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้นในอนาคต

4. ความยินยอมของเพื่อนบ้าน

แม้ว่าการต่อเติมข้างบ้านจะมีการคำนวณพื้นที่อย่างดี ไม่กระทบต่อพื้นที่บริเวณใกล้เคียง และดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฏหมาย แต่ควรแจ้งกับเพื่อนบ้านให้ทราบถึงช่วงวัน เวลา และระยะการสิ้นสุดของการต่อเติมบ้าน ที่อาจส่งผลกระทบในเรื่องของเสียง ฝุ่น และมลภาวะอื่น ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจต่อกัน หลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา ลดความเสี่ยงที่อาจทำให้ถูกฟ้องร้องได้

5. การขออนุญาตกับเจ้าพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 การก่อสร้าง ดัดแปลง ต่อเติมบ้าน หรือเพิ่มอาคาร ที่มีขอบเขตต่อไปนี้

ก่อสร้าง ดัดแปลง เพิ่มอาคารที่มีพื้นที่ครอบคลุมเกิน 5 ตารางเมตร
มีการลด – เพิ่ม จำนวนคานหรือเสา
ดัดแปลงหรือต่อเติมที่มีการเปลี่ยนแปลงขนาดและวัสดุต่างไปจากของเดิม
บ้านมีฐานรับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น จากการดัดแปลงหรือต่อเติมอาคาร

ทั้งหมดนี้จะต้องทำการขออนุญาตจากเจ้าพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถูกกฏหมาย เพื่อป้องกันการถูกรื้อถอนอาคารจากการทำผิด พ.ร.บ.ในภายหลัง

เอกสารในการขออนุญาตที่ต้องเตรียม มีดังนี้

สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาโฉนดที่ดิน
แบบขออนุญาตก่อสร้าง ประกอบไปด้วย แผนผัง แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลน
รายการคำนวณจากวิศวกร
หนังสือยินยอมจากเพื่อนบ้าน (ในกรณีต่อเติมข้างบ้านชิดแนวเขตที่ดินบ้านติดกัน)
เอกสารจากเขต
แต่มีข้อกำหนดกการต่อเติมบ้านที่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาต และยังถูกกฏหมาย ได้แก่
การเพิ่มหรือลดพื้นที่หลังคาไม่เกิน 5 ตารางเมตร และไม่เพิ่มหรือลดจำนวนเสาหรือคาน
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้วยชนิด วัสดุ ขนาด และจำนวนเท่าเดิม
การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่โครงสร้างเดิม ไม่เพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างเดิมเกิน 10%
การเปลี่ยนแปลง ต่อเติม เพิ่ม หรือ ลด โดยเนื้อที่ส่วนต่าง ๆ ของบ้าน ไม่เพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างเดิมเกิน 10%

แม้ว่าการสร้างห้องเก็บของจะเพิ่มความสะดวกให้กับบ้านที่มีพื้นที่ว่างก็จริง แต่ก็ต้องมีการวางแผนอย่างละเอียด และเตรียมพร้อมให้ดี เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาตามมาในภายหลัง หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามให้ถูกต้องข้อกฏหมาย หรือมีผู้ร้องเรียน เจ้าของบ้านจะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกสั่งให้มีการรื้อถอนอาคารที่ผิด พ.ร.บ. สร้างความยุ่งยาก ทำให้เสียเงินและเสียเวลา กล่าวได้ว่าผลที่ได้ไม่คุ้มค่าแถมยังเจ็บตัว

ใช้บริการเช่าห้องเก็บของ ลดขั้นตอน ลดความเสี่ยง

แต่สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก ไม่อยากยุ่งยาก ไม่อยากวุ่นวายหลายขั้นตอน และไม่อยากเสี่ยงต่อปัญหาดังกล่าว การเช่าห้องเก็บของ ย่อมเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้มากกว่า เพราะห้องเก็บของให้เช่าสำเร็จรูปส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในอาคารสูง ไม่ต้องห่วงเรื่องสภาพอากาศ มีระบบความปลอดภัยทั้งในรูปแบบของเทคโนโลยีและการดูแลจากพนักงาน สามารถเช่าระยะสั้นเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือจะเหมาเช่าเป็นรายเดือน หรือรายปีก็ได้เช่นกัน ยิ่งเช่านานเท่าไร ยิ่งจ่ายค่าเช่าห้องเก็บของราคาถูกมากขึ้น ยกเลิกการเช่าง่าย ไม่ยุ่งยากในการดูแลทำความสะอาด สามารถเข้าใช้ห้องเก็บของได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่หายห่วงเรื่องความปลอดภัย และผู้คนไม่พลุกพล่าน เพราะเป็นระบบสมาชิก จำกัดการเข้าใช้บริการเฉพาะผู้เช่าที่ถือคีย์การ์ด และมีกุญแจห้องเก็บของส่วนตัวเท่านั้น ห้องเก็บของให้เช่าส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้สะดวกต่อการเดินทาง และเมื่อคำนวณค่าเช่าห้องเก็บของเทียบกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับการสร้างห้องเก็บของ ทำให้หลายคนหันมาเลือกใช้บริการเช่าห้องเก็บของ (Self Storage) ที่ไม่ต้องยุ่งยากในการเดินเรื่องขออนุญาต ไม่ต้องรวบรวมเอกสารมากมาย ไม่ต้องสะสมทุน ไม่ต้องกู้ธนาคาร และไม่เสียงบบานปลาย แต่สามารถมีห้องเก็บของส่วนตัวนอกบ้าน ที่จะเก็บข้าวของเท่าไรก็ได้ แต่ถ้าจะให้ตอบว่า ระหว่าง เช่าห้องเก็บของ กับ สร้างห้องเก็บของ แบบไหนคุ้มค่ามากกว่าสำหรับคุณ ก็ต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมและความสะดวกของแต่ละคนค่ะ 

Continue Reading

กำลังมาแรง